สมัครสมาชิกกับ Bodog88 วันนี้ รับโบนัสพิเศษมากมาย!!

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

       ดูท่า เดวิด มอยส์ จะงานเข้าซะแล้ว เมื่อจู่ๆอดีตแข้งดังทีมชาติฮอลแลนด์อย่างทางด้าน ปิแอร์ ฟาน ฮอยดองค์ ก็ออกมากล่าวทำนองแฉว่าหอกตัวเก่งทีมปีศาจแดง และทีมชาติฮอลแลนด์ยุคปัจจุบัน “อาร์วีฟี” โรบิน ฟาน เพอร์ซี หวังที่จะเห็น หลุยส์ ฟาน กัล มารับงานคุมทีมปีศาจแดงหลังจากจบฟุตบอลโลก 2014 ที่บราซิล ไม่เท่านั้นฮอยดองค์ยังกล่าวทำนองว่าการเข้ามาของฟาน กัลอาจกำหนดอนาคตในถิ่นโอลแทรฟฟอร์ดของอาร์วีฟีเสียด้วย โดยฮอยดองค์ระบุว่าหากฟาน กัลมาคุมปีศาจแดงจริงๆ ตนสามารถบอกได้เลยว่าฤดูกาลหน้าอาร์วีพีจะไม่ย้ายหนีทีมปีศาจแดงไปไหนทั้งนั้น

       ในทางตรงกันข้ามจึงสรุปได้ว่าถ้าหากกุนซือของแมนฯยูไนเต็ดยังคงเป็นเดวิด มอยส์ อาร์วีพีก็อาจจะหาทางชิ่งหนีทีมปีศาจแดงก็เป็นได้ อย่างไรก็ตามก่อนหน้านี้มีกระแสข่าวออกมาว่าทางหลุยส์ ฟาน กัลได้พูดคุยกับทีมท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทีมที่กำลังหาผู้จัดการทีมคนใหม่สำหรับสู้ศึกฤดูกาลหน้าแล้วเช่นกัน เพียงแต่ยังไม่ได้มีการตกลงปลงใจ และจรดปากกาเซ็นต์สัญญากันอย่างเป็นทางการ และนั่นเองทำให้หลายคนลือกันไปว่าฟาน กัลเองก็กำลังหวังที่จะรับงานคุมทีมปีศาจแดงต่อจากเดวิด มอยส์มากกว่าที่จะไปรับงานคุมทีมไก่เดือยทอง ท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ เพราะฉะนั้นก็ยังไม่อาจกล่าวสรุปอะไรเวลานี้ได้ แต่ที่แน่ๆคือเดวิด มอยส์ก็คงจะกำลังหวั่นใจไม่น้อยเลย

       ส่วนนอกจากการกล่าวถึงโรบิน ฟาน เพอร์ซีแล้ว ทางด้านฟาน ฮอยดองค์ก็ได้กล่าวเชิงสนับสนุนให้หลุยส์ ฟาน กัลได้เข้าไปรับงานคุมทีมปีศาจแดงอีกด้วย โดยเขาชี้ว่าหาก ฟาน กัลได้เข้าไปคุมทีมปีศาจแดง ฟาน กัลจะเป็นบุคคลที่นำนักเตะชั้นยอดของโลกมาอยู่ในทีมปีศาจแดงจำนวนมาก ช่วยยกระดับทีมปีศาจแดงให้ดีขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ตอนนี้มากทีเดียว และจะเดินหน้าสร้างทีมปีศาจแดงที่ยิ่งใหญ่ในยุคใหม่ขึ้นมา
2
ข่าวฟุตบอล / สถิติฟ้อง "วาเลนเซีย" รั้งแข้งเร็วสุดในยุโรป!!
« กระทู้ล่าสุด โดย Journalist เมื่อ เมษายน 20, 2014, 09:57:46 PM »

       ท่ามกลางกระแสชื่นชมในความเร็วของ แกเร็ธ เบล ปีกค่าตัวแพงของราชันชุดขาว รีล มาดริดที่วิ่งแซง มาร์ก บาร์ตร้า เข้าไปยิงประตูชัยให้รีล มาดริดในนัดชิงชนะเลิศโกปา เดล เรย์ก็ต้องบอกว่ามีกระแสคัดค้าน หรือกระแสสวนทางออกมาให้เราได้เห็นเหมือนกัน เมื่อมีการเปิดเผยสถิติออกมาว่าแท้ที่จริงแล้ว ความเร็วที่น่าตกตะลึงของแกเร็ธ เบลนั้นยังไม่ใช่ความเร็วที่สมควรได้รับการยกย่องว่าเป็นที่สุดในยุโรปเวลานี้ เพราะตัวเลขสถิติด้านสปีดของนักฟุตบอลในสนามระบุไว้ชัดเจนว่า “อันโตนิโอ วาเลนเซีย” ปีกร่างหนาของแมนฯยูไนเต็ด คือเจ้าของความเร็วสูงสุดในสนามฟุตบอล โดยความเร็วสูงสุดที่วาเลนเซียเคยทำได้ยามอยู่ในสนามก็คือ 35.1 กิโลเมตร/ชั่วโมง

       ขณะที่ความเร็วที่แกเร็ธ เบลใช้ในการควบแซงมาร์ก บาร์ตร้าเข้าไปยิงประตูชัยให้มาดริดดังกล่าวนั้นอยู่ที่ 34 กิโลเมตร/ชั่วโมง อย่างไรก็ตามจากสถิติดังกล่าวก็ยังเพียงพอที่จะทำให้แกเร็ธ เบลรั้งอยู่อันดับสองของยุโรปเวลานี้ในแง่ของความเร็ว ซึ่งเหนือกว่านักเตะสตาร์เพื่อนร่วมทีมมาดริดที่เป็นไอดอลของเขาอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้ เจ้าของรางวัลบัลลงดอร์หนล่าสุด (สถิติความเร็วของโรนัลโด้ถูกจัดอยู่อันดับที่ 4 รองจากอาร์รอน เลนนอน ปีทีมท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์)

       แต่ก็นั่นแหละครับแม้ว่าจะเป็นเบล หรือเป็นวาเลนเซีย หรือใครๆก็ตามที่เป็นเจ้าของสถิติวิ่งเร็วที่สุดในสนาม มันก็เป็นเพียงแค่สถิติเพียงสถิตินึงในการเล่นฟุตบอลของพวกเขาเท่านั้น หาใช่ตัวชี้วัดผลงาน หรือคุณภาพทั้งหมดของนักฟุตบอลแต่อย่างใด ว่ากันง่ายๆในแง่ของความเร็วเบลอาจเป็นรองวาเลนเซีย แต่ในแง่ของผลงาน หรือคุณภาพโดยรวมของนักฟุตบอลมันไม่ได้หมายความว่าเบลเป็นรองวาเลนเซีย ตรงกันข้ามถึงตอนนี้ถ้าให้หลายคนพูดเปรียบเทียบระหว่างเบล กับวาเลนเซีย ส่วนใหญ่ก็น่าจะยกย่องชื่นชมเบลมากกว่าอยู่ดี เช่นเดียวกันกับนักเตะระดับโลกหลายๆรายที่ความเร็วอาจไม่ติดอันดับต้นๆของโลกแต่ถูกยอมรับว่าเก่งกว่านักเตะเร็วๆอย่างวาเลนเซีย หรือเลนนอนนั่นเองครับ
3
ข่าวฟุตบอล / "สิงห์บลู" โดน "แมวดำ" เบรกส่อวืดแชมป์!!
« กระทู้ล่าสุด โดย Journalist เมื่อ เมษายน 20, 2014, 09:56:09 PM »
       โดนแมวดำ ซันเดอร์แลนด์เบรกไปแบบช็อกเลยทีเดียวครับ สำหรับทีมสิงห์บลู เชลซีของกุนซือโจเซ่ มูริญโญ่ที่กำลังลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษโค้งสุดท้ายอยู่ โดยผลการแข่งขันที่ออกมาคือเชลซีเป็นฝ่ายพ่าไป 1-2 ทั้งนี้ทัพสิงห์บลูเป็นฝ่ายได้ประตูขึ้นนำไปก่อนด้วยตั้งแต่นาทีที่ 12 ทว่าหลังจากนั้นเพียง 6 นาทีแมวดำตีเสมอได้ และพาให้จบครึ่งเวลาแรกไปด้วยการเสมอกันที่ 1-1 ครึ่งหลังช่วงท้ายๆ “ฟาบิโอ บอรินี่” กองหน้าที่ซันเดอร์แลนด์ยืมมาจากทีมลิเวอร์พูล ซึ่งเป็นอีกหนึ่งทีมคู่แข่งลุ้นแชมป์รายสำคัญมาทำแสบซัดจุดโทษให้ทีมเยือน กลายเป็นประตูนำ และประตูชัยไปในที่สุด

       จากผลการแข่งขันในแมทนี้ส่งผลให้ทีมสิงห์บลูมีแต้มตามหลังลิเวอร์พูลจ่าฝูง 2 แต้มเท่าเดิม (แต้ม ณ ขณะที่ลิเวอร์พูลยังไม่ลงทำการแข่งขันแมทที่ 35) ดังนั้นต่อให้ลิเวอร์พูลจะเก็บชัยชนะในแมทที่ 35 ที่จะพบกับนอริช ซิตี้ได้หรือไม่เชลซีก็จะยังคงเสียเปรียบลิเวอร์พูลในการลุ้นแชมป์ เท่ากับว่าเกมหน้าที่จะต้องโคจรมาเจอกันเองเชลซีจะต้องลงสนามในฐานะทีมที่เป็นรองลิเวอร์พูลอยู่อย่างน้อยๆ 2 แต้มแน่นอน สรุปว่าไม่ยังไงเชลซีก็อยู่ในสถานการณ์ที่ยากลำบาก และจะต้องพยายามคว้าชัยเหนือลิเวอร์พูลให้ได้เพียงสถานเดียวเท่านั้น มิเช่นนั้นก็น่าจะบอกลาโอกาสคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกแทบจะร้อยเปอร์เซ็นต์เลย

       ส่วนด้านของความเคลื่อนไหวที่น่าติดตามหลังเกมเชลซีพ่ายซันเดอร์แลนด์  ก็มีทางโจเซ่ มูริญโญ่ นายใหญ่แห่งสแตมฟอร์ดบริดจ์ที่ออกมากล่าวเชิงโจมตีผู้ตัดสินที่ตัดสินเข้าข้างซันเดอร์แลนด์กระทั่งส่งผลให้เชลซีต้องเป็นฝ่ายปราชัยไปในนัดนี้ โดยโจเซ่กล่าวประชดด้วยการแสดงความยินดีกับผู้ตัดสินไมค์ ดีนว่าทำหน้าที่ในเกมการแข่งขันแมทนี้ได้วิเศษสุดไปเลย แต่สำหรับผลงานของลูกทีมสิงห์บลู กุนซือจอมเครียดชี้ว่าทำได้ดีมากแล้ว เพราะนักเตะแต่ละคนได้แสดงให้เห็นถึงความทุ่มเทอย่างเต็มที่ตลอดทั้งเกมการแข่งขัน
4
       ต้องบอกว่าถ้าเป็นจริงก็นับเป็นข่าวดีสำหรับแฟนๆทีมสิงห์บลู เชลซีเลยทีเดียว สำหรับข่าวคราวเกี่ยวกับการต่อสัญญาระหว่างเชลซี กับกองหลังพันธุ์แกร่ง “จอห์น เทอร์รี่” ทั้งนี้ก่อนหน้านี้มีข่าวลือหนาหูว่าเทอร์รี่อาจจะไม่ได้รับสัญญาฉบับใหม่จากเชลซี และนั่นจะทำให้เขาต้องหาสังกัดใหม่ หรือย้ายทีมออกจากเชลซีนั่นเอง แต่ทว่าล่าสุดผู้ช่วยของโจเซ่ มูริญโญ่ (สตีฟ ฮอลแลนด์) ได้ออกมากล่าวยืนยันกับผู้สื่อข่าวแล้วว่าระหว่างเทอร์รี่ กับสโมสรยังคงมีสัมพันธ์อันดีต่อกัน

       ที่สำคัญสโมสรต้องการให้เทอร์รี่อยู่เล่นที่สแตมฟอร์ดบริดจ์ต่อไปอีกสักหนึ่งปี ขณะที่เทอร์รี่เองก็พร้อมที่จะอยู่กับสโมสรต่อไปเช่นกัน ดังนั้นตนจึงมั่นใจว่าสโมสรจะสามารถจัดการสัญญาฉบับใหม่ของเทอร์รี่ที่มีระยะเวลาหนึ่งปีให้เสร็จสิ้นได้ในเร็วๆนี้ นอกจากนี้สตีฟ ฮอลแลนด์ก็ยังได้กล่าวยกย่องชื่นชมผลงานของเทอร์รี่ในฤดูกาลนี้อีกด้วยว่าเป็นผลงานที่ดีเยี่ยมมากๆ สามารถช่วยให้ทีมสิงห์บลูรอดพ้นการเสียประตูบ่อยครั้ง อีกทั้งยังเล่นได้หลากหลายตำแหน่งด้วย

       อย่างไรก็ตามอีกกระแสข่าวนึงเกี่ยวกับการต่อสัญญากับจอห์น เทอร์รี่ว่ากันว่าสโมสรเชลซีพยายามที่จะลดค่าเหนื่อยของเทอร์รี่ในสัญญาฉบับใหม่ลงมากกว่าเดิมพอสมควรเลย เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายรายจ่ายของสโมสรที่ไม่ต้องการจ่ายค่าเหนื่อยแพงๆให้กับนักเตะวัยเก๋า ดังนั้นก็ไม่แน่ใจเหมือนกันว่าเทอร์รี่จะมีปฏิกิริยาอย่างไรเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะหากเขาตัดสินใจเซ็นต์สัญญาฉบับใหม่กับเชลซีออกไปนั่นหมายถึงว่าเขายอมรับกับจำนวนเงินค่าเหนื่อยที่ลดลงกว่าเดิมมาก ซึ่งค่อนข้างจะขัดแย้งกับจุดยืนของเขาเกี่ยวกับเรื่องนี้ในช่วงที่ผ่านมา ไหนจะเรื่องของระยะเวลาสัญญาก็เช่นกัน ช่วงที่ผ่านมาก็ชัดเจนว่าเขาไม่ต้องการสัญญาระยะเวลาสั้นๆเพียง 1 ปีเท่านั้น เพราะฉะนั้นถ้าจะให้สรุปสถานการณ์อนาคตของเทอร์รี่กับเชลซีเวลานี้จึงน่าจะบอกได้ว่าอยู่ในช่วงที่สโมสรพยายามที่จะเจรจาให้เทอร์รี่รับข้อเสนอจากสโมสรไม่ว่าจะเรื่องของค่าเหนื่อย หรือระยะเวลาสัญญาก็ตาม
5

       และแล้วพีเอฟเอก็ได้ประกาศรายชื่อ 6 แข้งสุดท้ายที่มีลุ้นคว้ารางวัลที่ว่ากันว่ายิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับนักเตะอาชีพในอังกฤษออกมาให้แฟนบอลได้ลุ้น ได้เชียร์กันแบบเต็มๆแล้ว โดยรายชื่อที่ออกมาโดยรวมก็ไม่ได้หนีไปจากที่มีการคาดการณ์กันไว้สักเท่าไหร่ นักเตะฟอร์มเด่นๆอย่างหลุยส์ ซัวเรซ ยาย่าตูเร่ก็ไม่ได้หลุดโผไปไหน แต่ที่ดูจะเป็นไฮไลท์สำหรับการประกาศรายชื่อ 6 แข้งสุดท้ายฤดูกาลนี้ก็คงจะเป็นการที่แข้งจากทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลติดโผมาถึง 3 รายด้วยกัน เรียกได้ว่าครึ่งนึงของรายชื่อทั้งหมดเลยทีเดียว

      ส่วนสามแข้งที่เหลือมาจากคนละสโมสรกัน สรุป 6 แข้งที่มีลุ้นรางวัลนักเตะยอดเยี่ยมพีเอฟเอประกอบไปด้วย หลุยส์ ซัวเรซ, สตีเว่น เจอร์ราร์ด, แดเนียล สเตอร์ริดจ์ จากลิเวอร์พูล ยาย่า ตูเร่ จากแมนฯซิตี้ เอแด็น อาซาร์ จากเชลซี และอดัม ลัลลาน่า จากเซาธ์แฮมป์ตัน ทั้งนี้ในส่วนของแดเนียล สเตอร์ริดจ์ กับเอแด็น อาซาร์ นอกจากจะมีลุ้นรางวัลแข้งยอดเยี่ยมพีเอฟเอแล้ว รางวัลแข้งดาวรุ่งยอดเยี่ยมของพีเอฟเอ พวกเขาก็มีลุ้นด้วยเช่นกัน เพราะต่างก็มีชื่ออยู่ในลิสต์รายชื่อ 6 แข้งสุดท้ายเช่นเดียวกัน โดย 6 แข้งสุดท้ายที่จะได้ลุ้นรางวัลแข้งดาวรุ่งยอดเยี่ยมพีเอฟเอประกอบไปด้วย แดเนียล สเตอร์ริดจ์ เอแด็น อาซาร์ ลุค ชอว์ (จากเซาธ์แฮมป์ตัน) ราฮีม สเตอร์ลิง (จากลิเวอร์พูล) อารอน แรมซี่ย์ (จากอาร์เซน่อล) รอสส์ บาร์คลี่ย์ (จากเอฟเวอร์ตัน)

      อย่างไรก็ตามแม้ว่าในส่วนของรางวัลแข้งยอดเยี่ยมฟีเอฟเอจะมีนักเตะชั้นยอดอย่างสตีวีจี่ และอาซาร์ติดโผเข้ามาร่วมลุ้นแย่งรางวัลจากซัวเรซ และตูเร่ด้วย แต่ว่าโดยส่วนใหญ่แล้วก็ยังคงปักใจเชื่อกันว่ารางวัลนี้จะตกเป็นของหลุยส์ ซัวเรซ หรือยาย่า ตูเร่ คนใดคนนึงเท่านั้น เรียกได้ว่าสองรายนี้ยังคงเป็นตัวเต็งที่จะได้รับรางวัล โดยเฉพาะในรายของซัวเรซ เนื่องจากผลงานโดดเด่นสม่ำเสมอตลอดทั้งซีซั่นจริงๆ
6
ข่าวฟุตบอล / "เนย์มาร์" เดี้ยงส่อหวือทุกเกมที่เหลืออยู่!!
« กระทู้ล่าสุด โดย Journalist เมื่อ เมษายน 19, 2014, 09:25:47 PM »

       ไม่เรียกว่าเจอมรสุมก็ไม่รู้จะเรียกว่าอะไรจริงๆครับเวลานี้ สำหรับทีมอาซูกราน่า บาร์เซโลน่า เพราะล่าสุดมีการผุดข่าวร้ายของทีมออกมาอีกหนึ่งข่าวแล้ว ซึ่งก็คือในส่วนของอาการบาดเจ็บของหัวหอกตัวเก่งอย่างเนย์มาร์ที่ว่ากันว่าได้รับมาจากเกมพ่ายรีล มาดริดในนัดชิงโกปา เดล เรย์ ทั้งนี้อาการบาดเจ็บของเนย์มาร์เป็นอาการบาดเจ็บที่เท้าข้าง โดยมีการระบุรายละเอียดอาการว่ากระดูกเท้าของเจ้าตัวบวม และจะต้องเข้ารับการรักษาตามวิธีเฉพาะสำหรับอาการนี้ ซึ่งต้องกินเวลารักษา และพักฟื้นร่วมๆ 1 เดือน

       และนั่นแน่นอนว่าทำให้มีโอกาสสูงทีเดียวที่ทุกเกมที่เหลืออยู่ในซีซั่นนี้เจ้าตัวจะชวดลงช่วยบาร์เซโลน่าหมดเลย หรืออย่างเก่งสุดก็น่าจะกลับมาได้ทันเพียงแค่นัดสุดท้าย หรือนัดส่งท้ายฤดูกาลนี้นั่นเอง และก็ไม่ใช่เพียงแค่ในรายของเนย์มาร์เท่านั้นนะครับที่มาได้รับบาดเจ็บเพิ่มเติมในเกมนัดชิงโกปา เดล เรย์ แบ็กซ้ายตัวเก่งอย่างอจร์ดี้ อัลบาก็เดี้ยงไปเหมือนกัน ระยะเวลาที่จะต้องใช้ในการรักษา และพักฟื้นก็พอๆกันคือราวๆ 1 เดือน แต่อาการบาดเจ็บแตกต่างกัน โดยอัลบานั้นเป็นอาการบาดเจ็บที่บริเวณเอ็นหลังหัวเข่า แต่ไม่ว่าอย่างไรก็แล้วแต่ถึงตอนนี้ก็เท่ากับว่าบาร์เซโลน่าประสบปัญหาผู้เล่นบาดเจ็บไปแทบจะทุกพื้นที่ของสนามแล้ว ประเมินสถานการณ์กันตรงๆแบบไม่เข้าข้างบาร์ซ่าก็คงต้องบอกว่าฤดูกาลนี้อย่างเก่งสุดพวกเขาก็น่าจะจบอันดับได้เพียงแค่รองจ่าฝูงเท่านั้น

       เพราะไม่ว่าจะสถานการณ์ด้านไหน ทั้งจำนวนแต้ม ขุมกำลังผู้เล่นก็ดูเป็นรองทั้งแอตฯมาดริด และรีล มาดริดไปหมดแล้ว จะยังดูดีหน่อยก็ตรงที่ดีพวกเขาเป็นทีมที่มีผู้เล่นในแนวรุกเยอะ การขาดเนย์มาร์ไปก็อาจมีตัวแทนอย่างอเล็กซ์ซิ ซานเชส หรือเปโดร โรดิเกซที่ทดแทนกันได้อย่างไม่ขัดเขิน แต่ก็นั่นแหละครับ ในแง่ของจิตวิทยา รวมถึงสภาพทีมโดยรวม ณ ตอนนี้ (ไม่นับเฉพาะเกมรุก) ก็ยังเป็นรองคู่แข่งอยู่ดี
7
ข่าวฟุตบอล / "ฮัมซิค" เซ็ง "ราฟา" หาทางย้ายหนีซัมเมอร์นี้!!
« กระทู้ล่าสุด โดย Journalist เมื่อ เมษายน 19, 2014, 09:23:51 PM »
       พอเข้าสู่ฤดูกาลแข่งขันใหม่ “มาเร็ค ฮัมซิค” กองกลางระดับซุปตาร์ของทีมนาโปลี ทีมดังแห่งอิตาลีก็อาจจะได้อยู่ในสีเสื้อของต้นสังกัดใหม่ก็เป็นได้ครับ เพราะเวลานี้มีรายงานข่าวออกมาหนาหูเหลือเกินว่าเจ้าตัวไม่แฮปปี้กับระบบการทำทีมของ “เอลบอส” ราฟาเอล เบนิเตซ อดีตกุนซือหงส์แดงอย่างมากทีเดียว ถึงขนาดนั้นลั่นว่าจะหาทางย้ายทีมให้ได้หากว่าเอลบอสยังคงกุมบังเหียนนาโปลีต่อไปในฤดูกาลหน้า ทั้งนี้ว่ากันว่าถ้ามาเร็ค ฮัมซิคย้ายทีมจริงปลายทางของเขาน่าจะเป็นพรีเมียร์ลีก อังกฤษกับทีมยักษ์ใหญ่สักทีม

       โดยเฉพาะกับสามทีมอย่างเชลซี อาร์เซน่อล และแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ด้วยว่าในเวลาเดียวก็มีการลือๆออกมาว่าทีมเหล่านี้พร้อมที่ทุ่มเงินก้อนโตเพื่อสู่ขอนักเตะจากนาโปลี ส่วนสนนราคาค่าตัวที่ทางนาโปลีต้องการเพื่อเป็นเงื่อนไขในการปลดล็อกสัญญาที่ผูกพันกันระหว่างนักเตะ และสโมสรตามรายงานข่าวจากสื่อหลายสำนักระบุไว้ที่จำนวนเดียวกันคือประมาณ 33 ล้านปอนด์ หรือราว 40 ล้านยูโร กล่าวคือหากมีทีมพร้อมจ่ายราวๆนี้นาโปลีก็พร้อมที่จะพิจารณาข้อเสนอทันที แต่หากยื่นมาต่ำกว่านี้ก็จะไม่พิจารณาใดๆทั้งสิ้น ทั้งนี้หากว่าเรามองย้อนไปที่กำลังการจ่ายของบิ๊กทีมดังกล่าวสามทีมเทียบกับมูลค่าที่นาโปลีต้องการก็พอสรุปได้ว่าทั้งสามทีมมีกำลังจ่ายที่เพียงพอ ไม่ว่าจะเป็นอาร์เซน่อล แมนฯยูไนเต็ด หรือเชลซีก็ตาม

       ดังนั้นถ้าทั้งสามทีมนี้เปิดศึกแย่งชิงตัวมาเร็ค ฮัมซิคขึ้นมาจริงๆเงินก็ไม่น่าจะใช่ปัจจัยที่กำหนดความได้เปรียบเสียเปรียบของแต่ละทีม เรียกว่าต้องไปวัดกันที่รายละเอียดข้อเสนออื่นๆแทน รวมถึงฝีมือในการลุยตลาดซื้อขายนักเตะของแต่ละทีม ซึ่งในส่วนของอย่างหลังนี้ก็ต้องยกให้สิงห์บลู เชลซีเค้าแหละครับ เพราะตลาดนักเตะหลายๆรอบในช่วงหลังพวกเขาพิสูจน์มาเยอะแล้วว่าการทำงานของพวกเขามีประสิทธิภาพมากกว่าหลายสโมสรใหญ่ในยุโรปจริงๆ
8
ข่าวฟุตบอล / "เดอ บัวร์" ยันไม่ปฏิเสธแน่ หาก "บาร์ซ่า" ทาบคุม!!
« กระทู้ล่าสุด โดย Journalist เมื่อ เมษายน 19, 2014, 09:21:40 PM »
       มีความเป็นไปได้สูงซะแล้วครับว่าบาร์เซโลน่าอาจจะได้กุนซือคนใหม่ที่ชื่อว่า “แฟรงค์ เดอ บัวร์” เพราะล่าสุดเดอ บัวออกมากล่าวกับสื่อเองว่าตนเองพร้อมจะรับข้อเสนอจากบาร์เซโลน่าหากว่าวันใดวันนึงพวกเขาต้องการให้ตนไปกุมบังเหียนทัพอาซูกราน่า ทั้งนี้ปัจจุบันเดอ บัวร์คุมอาแจ็กซ์ อันเตอร์ดัมส์ ทีมดังในลีกฮอลแลนด์ โดยมีผลงานที่ยอดเยี่ยมรั้งอยู่ตำแหน่งจ่าฝูงของลีก มีโอกาสซิวแชมป์ลีกฤดูกาลนี้สูงมาก ชื่อของเจ้าตัวจึงถูกเชื่อมโยงกับหลายทีมใหญ่ในยุโรป รวมถึงบาร์เซโลน่าที่กำลังมีผลงานไม่สู้ดีด้วย

       และด้วยความที่เดอ บัวกับบาร์เซโลน่ามีสายสัมพันธ์อันดีต่อการมาก ความเป็นไปได้ที่เดอ บัวร์จะมาคุมบาร์โซลน่าจริงๆเลยมีมากกว่าทีมอื่นๆที่ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับเจ้าตัว อย่างไรก็ตามเวลานี้เดอ บัวร์เองก็ยังยืนยันว่ามีความสุขดีกับการคุมอาแจ็กซ์เช่นกัน แล้วก็หวังที่จะคุมอาแจ็กซ์ต่อไปด้วย เรียกได้ว่าเจ้าตัวเองก็ไม่ได้คิดว่าบาร์เซโลน่าจะต้องการให้ตนเองไปคุมในอนาคตอันใกล้นี่แหละครับ เพียงแต่ว่าหากในอนาคตบาร์เซโลน่าต้องการตนเองจริงๆ ก็คงยากที่จะปฏิเสธ เพราะฉะนั้นในทางตรงกันข้ามแฟนบอลทีมอาแจ็กซ์ก็คงต้องเผื่อใจไว้บางแล้วล่ะว่าเดอ บัวร์อาจจะไม่ได้เป็นผู้นำทัพอาแจ็กซ์ในระยะยาวแล้ว ส่วนแคนดิเดทอื่นๆที่น่าสนใจนอกจากเดอ บัวร์แล้วก็มีในรายของไมเคิ่ล เลาดรู๊ป อดีตกุนซือสวอนซี ซิตี้ กับโจเซ่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ผู้สร้างให้บาร์เซโลน่ายิ่งใหญ่ที่ปัจจุบันคุมบาร์เยิร์น มิวนิคอยู่

       สำหรับเหตุผลที่บาร์เซโลน่าต้องหากุนซือคนใหม่ก็แน่นอนว่าเป็นเหตุที่ทราบๆกันดีอยู่แล้ว คือผลงานของตต้า มาร์ติโน่ หรือเคราโด้ มาร์ติโน่นั้นไม่ดีพอที่จะคุมบาร์โซลน่า อีกทั้งเจ้าตัวเองพักหลังๆก็ดูจะไม่ค่อยแฮปปี้ที่ต้องแบกรับความกดดันมหาศาลในการคุมบาร์เซโลน่า (ผลงานของตาต้าล่าสุดพาบาร์เซโลน่าพลาดแชมป์ทั้งยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก และโกปา เดล เรย์สองรายการติดกัน แถมรายการลีก หรือลาลีกา สเปนก็ตกที่นั่งลำบากในการลุ้นแชมป์แล้วด้วย)
9
       งานนี้คงจะต้องยกให้ คาร์ลอส เตเบซ กองหน้าของทีมม้าลาย ยูเวนตุสเป็นแฟร์มิลี่แมนซะแล้ว เมื่อเจ้าตัวออกมาประกาศกร้าวว่าไม่สนเรื่องการไปเล่นฟุตบอลโลก หรือเวิลด์คัพ 2014 ที่บราซิลเหมือนอย่างที่นักเตะทั่วโลกเฝ้าจดจ่อแต่อย่างใด เหตุเพราะตนเองมีคิวพาลูกๆและครอบครัวไปเที่ยวดิสนี่ย์เวิลด์ในช่วงซัมเมอร์นี้พอดี อย่างไกร็ตามส่วนนึงที่เตเบซตัดสินใจพาครอบครัวไปเที่ยวดิสนี่ย์เวิลด์ช่วงซัมเมอร์นี้เจ้าตัวกล่าวกับสื่อว่าเป็นเพราะค่อนข้างแน่ใจว่าตนเองคงไม่ได้มีชื่อติดทีมชาติอาร์เจนติน่าจึงไม่ได้คิดจะรอลุ้นอะไร และตกปากรับคำกับครอบครัว

       พร้อมซื้อตั๋วไว้เรียบร้อยแล้ว แต่ถึงแม้ว่าโค้ชทีมชาติอาร์เจนติน่าอาจเปลี่ยนใจเรียกเขาติดธงไปลุยศึกฟุตบอลโลกด้วย เนื่องจากฟอร์มการเล่นของเขากับยูเวนตุสในฤดูกาลนี้ค่อนข้างยอดเยี่ยม เจ้าตัวก็อาจจะไม่เปลี่ยนใจยู่ดี ด้วยว่าเจ้าตัวพูดกับสื่อว่าลูกๆของตนเองสมควรที่จะได้ไปเที่ยวในครั้งนี้ เรียกว่ายังไงซะก็ตัดสินใจที่จะใช้ช่วงเวลาดังกล่าวกับครอบครัวแล้ว และลูกๆกับภรรายาก็รอที่จะมีความสุขกันแบบพร้อมหน้าพร้อมตาในช่วงเวลาดังกล่าว ฉะนั้นก็คงไม่สมควรเช่นกันถ้าเจ้าตัวจะเปลี่ยนใจกะทันหันแล้วเอาเวลามาให้กับเรื่องฟุตบอล ทั้งนี้เตเบซ ซึ่งเคยเป็นหนึ่งในตัวหลักแดนหน้าของทีมฟ้าขาว อาร์เจนติน่าไม่ติดทีมชาติมาตั้งแต่ปี 2011 หรือราวๆ 2-3 ปีมาแล้ว

       ด้วยเหตุผลในเรื่องของฟอร์มการเล่น และอายุที่มากขึ้น ประกอบกับอาร์เจนติน่าเองก็มีนักเตะแนวรุกรุ่นน้องคุณภาพดีก้าวขึ้นมาหลายราย อาทิเช่น ลิโอเนล เมสซี่ เซร์คิโอ อเกวโร่ กุน กอนซาโล่ อิกวาอิน อังเคล ดิ มาเรีย เป็นต้น แต่ก่อนหน้านั้นก็ถือได้ว่าคาร์ลอส เตเบซเป็นหนึ่งในนักเตะที่ติดทีมชาติมาอย่างยาวนานเหมือนกัน โดยติดมาตั้งแต่ปี 2004 นับรวมระยะเวลาถึงปี 2011 ก็ร่วมๆ 7 ปีเลยทีเดียว
10
ข่าวฟุตบอล / "เรือใบ" แย่แล้วเปิดรังเจ๊า "แมวดำ" ส่อชวดแชมป์!!
« กระทู้ล่าสุด โดย Journalist เมื่อ เมษายน 19, 2014, 09:19:13 PM »
       จัดเข้าขั้นแย่ซะแล้วครับสำหรับสถานการณ์ลุ้นแชมป์ของทีมเรือใบสีฟ้า แมนฯซิตี้ หรือเรือใบหมื่นล้านผู้ทุ่มเงินมหาศาลไปกับการเสริมทัพ แปลงโฉมทีมในช่วงไม่กี่หลังนี้ เพราะล่าสุดหลังจากชอกช้ำจากเกมบิ๊กแมทกับหงส์แดง ก็ดันมาพลาดท่าเสมอทีมท้ายตารางอย่างซันเดอร์แลนด์คาถิ่นเอติฮัตสเตเดี้ยมทำแต้มหล่นไปแบบหน้าตาเฉยอีก ส่งผลให้เกมในมือที่เหลืออยู่ (แข่งน้อยกว่าทีมอื่น) แทบจะไม่มีความหมายอะไรแล้ว เนื่องจากแต้มตามลิเวอร์พูลอยู่ถึง 6 แต้ม และตามเชลซีรองจ่าฝูงอยู่ 4 แต้ม

       ขณะที่เกมที่แข่งขันน้อยกว่าทีมอื่นเหลือเพียง 1 เกม ต่อให้ชนะก็จะยังคงตามหลังทีมสองอันดับแรกอยู่ดี (ลิเวอร์พูล กับเชลซีแข่งไปแล้ว 34 เกม แมนฯซิตี้แข่งไป 33 เกม) ทั้งนี้ในเกมแมนฯซิตี้เสมอซันเดอร์แลนด์เมื่อวันพุธที่ 16 เมษายน เป็นการเสมอกันไปด้วยสกอร์ 2-2 โดยเจ้าบ้านซิตี้ได้ประตูนำไปก่อนในครึ่งเวลาแรกจากแฟร์นันดินโญ่ แต่ครึ่งเวลาหลังทีมเยือนมายิงสองประตูรวดพลิกแซงนำเป็น 2-1 จากคอนเนอร์ วิคแฮมเหมายิงคนเดียวสองประตู กระทั่งช่วงท้ายเกมซามีร์ นาสรี่มาตามตีเสมอให้เจ้าบ้านเป็น 2-2 แบ่งกันไปทีมละ 1 แต้ม อย่างไรก็ตามจากหนึ่งแต้มในเกมนี้ที่ทางซันเดอร์แลนด์ได้ไปนั้นไม่ได้ส่งผลให้พวกเขามีสถานการณ์ที่ดีขึ้นเท่าไหร่นัก โดยยังคงรั้งอยู่อันดับบ๊วยของตารางคะแนน มี 26 แต้มจากการแข่งขัน 33 เกม

       ซึ่งยังน้อยกว่าทีมในโซนปลอดภัยอยู่ถึง 6 แต้มด้วยกัน แต่แข่งน้อยกว่าหนึ่งนัด ส่วนโปรแกรมการแข่งขันที่เหลือของซันเดอร์แลนด์ถือได้ว่าหนักอึ้งทีเดียว เพราจะต้องไปเยือนทีมเชลซี และแมนฯยูไนเต็ด ไหนจะยังต้องรับการมาเยือนของทีมแกร่งอย่างสวอนซี ซิตี้อีก ด้านแมนฯซิตี้ก็ยังเหลือเกมหนักอีกเกม ซึ่งก็คือการบุกไปเยือนเอฟเวอร์ตัน ทีมที่กำลังพยายามเก็บแต้มให้ได้มากที่สุดเพื่อลุ้นแย่งอันดับ 4 กับอาร์เซน่อลที่กูดิสันพาร์ค
หน้า: [1] 2 3 ... 10