สมัครสมาชิกกับ Bodog88 วันนี้ รับโบนัสพิเศษมากมาย!!

กระทู้เมื่อเร็วๆ นี้

หน้า: [1] 2 3 ... 10
1

       สำหรับแฟนบอลหลายคนที่หวังเห็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ซุปตาร์ราชันชุดขาว และทีมชาติโปรตุเกสในมาดกุนซือหลังเจ้าตัวปิดอาชีพค้าแข้งแล้วก็ต้องบอกว่าเตรียมอกหักกันไว้ล่วงหน้าได้เลยครับ เพราะเมื่อเจ้าตัวถูกสื่อถามถึงอนาคตหลังแขวนสตั๊ด เจ้าตัวตอบกลับมาแบบชัดถ้อย ชัดคำเลยว่าไม่สนที่จะจับงานกุนซือเฉกเช่นอดีตนัฟุตบอลชื่อดังหลายๆราย เรียกได้ว่าชีวิตนี้ขอเอาดีในด้านการเป็นนักฟุตบอลก็พอแล้ว ทั้งนี้โรนัลโด้ชี้ว่างานกุนซือเป็นงานที่ซับซ้อนมากๆ มีรายละเอียดเยอะ และเมื่อถึงวันที่ตนเองต้องเลิกเล่นฟุตบอลแล้ว ตนเองก็ไมได้อยากอยู่ในบทบาทกุนซือ

       อย่างไรก็ตามแม้ว่าโรนัลโด้จะยืนยันหนักแน่นว่าไม่รับงานกุนซือ หรืองานโค้ชแน่ๆ แต่เจ้าตัวก็ยังจะขอฝากชีวิตไว้กับวงการฟุตบอลอยู่ดีหลังจากแขวนสตั๊ดแล้ว โดยโรนัลโด้กล่าวว่าชีวิตของตนเองคงจะหนีฟุตบอลไปไหนไม่ได้ ต่อให้แขวนสตั๊ดไปแล้วก็ยังจะคงอยู่กับฟุตบอล สรุปได้ว่าถึงจะไม่ได้เป็นโค้ช หรือกุนซือ แต่อย่างน้อยๆแฟนบอลที่ชื่นชอบในตัวโรนัลโด้ก็จะยังได้ติดตามเขาในวงการฟุตบอลต่อไปแน่ๆ อยู่ที่ว่าจะเป็นในฐานะ หรือบทบาทอะไรเท่านั้นเอง

       แต่หากถามว่าเป็นเรื่องที่น่าเสียดายไหมที่นักเตะอย่างคริสเตียโน่ โรนัลโด้เมินรับงานกุนซือเมื่อเลิกเล่นฟุตบอลไปแล้ว ก็แน่นอนเหลือเกินว่าแฟนบอลจำนวนมากคงจะบอกว่าน่าเสียดาย เพราะปัจจุบันก็อย่างที่ทราบๆนักฟุตบอลชื่อดังหลายรายพอแขวนสตั๊ดไปแล้วก็มักไปจับงานโค้ช งานกุนซือ  ซึ่งทำให้แฟนบอลที่ชื่นชอบในตัวนักฟุตบอลรายนั้นๆ สามารถที่จะติดตามผลงานของเขาต่อไปได้อีก ได้เห็นความสามารถ ได้เห็นผลงานในอีกบทบาทที่ว่ากันง่าสำคัญมากสำหรับทีมฟุตบอลนอกเหนือจากบทบาทนักเตะ และอีกอย่างนักเตะที่สมบูรณ์แบบอย่างโรนัลโด้ หรืออาจกล่าวขานได้ว่าเป็นนักเตะที่ดีที่สุดแห่งยุคไม่ได้มีให้เห็นกันง่ายๆ เรียกได้ว่าสิบปีจะมีให้เห็นแบบนี้สักคนหรือเปล่าก็ยังไม่รู้ การที่เราจะไม่ได้เห็นเขาในบทบาทดังกล่าวมันจึงเป็นอะไรที่น่าเสียดายด้วยประการทั้งปวง
2
       น่าติดตามดูเหลือเกินครับ สำหรับอนาคตของกุนซือทีมปืนโต อาร์เซน่อล เพราะล่าสุดมีสื่อลือๆกันออกมาทำนองว่าเวนเกอร์อาจจะอำลาปืนโต หากจบฤดูกาลนี้ผลงานออกมาไม่ดีตามที่เจ้าตัวคาดหวังไว้ โดยจากรายงานข่าวระบุว่าเป้าหมายผลงานที่เวนเกอร์ต้องการในฤดูกาลนี้ก็คือการคว้าตั๋วยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก หรือติดหนึ่งในสี่อันดับแลกในตารางคะแนนลีกให้ได้ พร้อมกับซิวแชมป์ฟุตบอลถ้วยเอฟเอคัพ ที่ตอนนี้ได้เดินทางมาถึงรอบชิงชนะเลิศแล้ว

       กล่าวคือหากว่าพลาดเป้าหมายใด เป้าหมายนึงไป เป็นต้นว่าได้แชมป์เอฟเอคัพ แต่ชวดตั๋วยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีก หรือได้ตั๋วแชมเปี้ยนส์ลีก แต่ชวดแชมป์เอฟเอคัพ เวนเกอร์ก็อาจคิดว่าตนเองไม่สมควรกุมบังเหียนทีมปืนโตต่อไป และตัดสินใจไม่ต่อสัญญากับสโมสรจะได้เป็นการเปิดโอกาสให้ผู้อื่นที่น่าจะทำผลงานได้ดีกว่าเข้ามากุมบังเหียนปืนโตแทน อย่างไรก็ตามช่วงก่อนหน้านี้ไม่นานก็มีข่าวแว่วๆออกมาเหมือนกันว่าทางสโมสรอาร์เซน่อลเองก็เริ่มลังเลที่จะยื่นสัญญาฉบับใหม่ให้กับอาร์แซน เวนเกอร์ เนื่องจากผลงานในช่วงหลังของทีมดูเหมือนจะต่ำกว่ามาตรฐาน และความคาดหวังที่มีตอนต้นฤดูกาล แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ก็แน่นอนว่าหากเวนเกอร์สามารถพาอาร์เซน่อลบรรลุเป้าหมาย (คว้าแชมป์เอฟเอคัพ+ติดหนึ่งในสี่ของลีก) สโมสรก็น่าจะพอใจในผลงาน และพร้อมยื่นสัญญาให้เวนเกอร์แบบเต็มตัวอีกครั้ง

       สรุปได้ว่าถึงตอนนี้เวนเกอร์ก็รู้ถึงความต้องการ ความคาดหวังจากแฟนบอล และสโมสรดีว่าอยู่ที่ระดับไหน และหากว่าตนเองทำไม่ได้ถึงระดับนั้น ก็อยากจะขอพิจารณาตัวเอง เรียกว่าไม่ต้องรอให้สโมสรไล่ออก หรือให้สโมสรมาบอกกับตนเองว่าตนเองทำผลงานได้ไม่ดีพอ จึงไม่ขอมอบสัญญาใหม่ให้ อะไรทำนองนั้น ว่ากันง่ายๆได้ว่าระดับเวนเกอร์ที่ทำงานในอาร์เซน่อลมาเนิ่นนาน ผ่านประสบการณ์ต่างๆร่วมกับอาร์เซน่อลมาอย่างโชกโชน เมื่อถึงจุดนึงย่อมรู้ดีอยู่แล้วว่าผลงานที่ตนเองทำได้ควร หรือไม่ควรที่ตนจะได้รับโอกาสให้ทำทีมต่อไป
3
       ถึงแม้ว่า เดวิด มอยส์ กุนซือชาวสก็อตแลนด์จะโดนสโมสรแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดเด้งออกจากตำแหน่งแบบไม่มีปี่ มีขลุ่ย ชนิดที่เรียกได้ว่าสายฟ้าแลบเลย แต่ทว่าเจ้าตัวก็ยังไม่วายทำซึ้งหลังจากจบเส้นทางบนโอลแทรฟฟอร์ดแล้ว เมื่อได้ออกแถลงการณ์หลังโดนปลดทำนองว่าการที่ตนเองได้ย้ายมาคุมสโมสรที่ยิ่งใหญ่มากที่สุดสโมสรนึงของโลกอย่างปีศาจแดง แมนฯยูไนเต็ดนับเป็นความภาคภูมิใจมากที่สุดครั้งนึงในชีวิตตน และถึงตอนนี้จะโดนปลดลงจากตำแหน่งแล้วมันก็ยังจะยังคงเป็นความภาคภูมิใจแบบนั้นตลอดไป

       พร้อมกันนี้อดีตกุนซือเอฟเวอร์ตันก็ได้ชี้ต่อไปด้วยว่าการเข้ามาสานงานคุมทีมแมนฯยูไนเต็ดต่อจากเซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ผู้ซึ่งทำให้แมนฯยูไนเต็ดประสบความสำเร็จมาอย่างมากมายนั้นจำเป็นจะต้องเจอกับความท้าทายมหาศาล แต่กระนั้นตนเองก็ไม่ได้หวาดหวั่นต่อความท้าทายที่ต้องเผชิญ กระทั่งทำให้ลังเลที่จะเข้ามารับงานนี้เลยแม้สักนิด เช่นเดียวกันเมื่อเข้ามาทำงานให้ยูไนเต็ดแล้วก็ไม่เคยที่จะท้อถอยในการทุ่มเททำงานอย่างหนักเพื่อให้สโมสรประสบความสำเร็จภายใต้การทำงานของตนเอง แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ก็อย่างที่ทราบๆกันว่าผลงานที่ออกมามันสวนทางกัน และเป็นผลงานที่แฟนบอลทีมปีศาจแดง และสโมสรยากจะยอมรับ ดังนั้นมันก็ควรเป็นความรับผิดชอบของตนเองส่วนนึงด้วย ส่วนกับบรรยากาศในสนามโอลแทรฟฟอร์ด รังเหย้าของทีมปีศาจแดง และสนามค์ริงตัน (สนามซ้อม) มอยส์ยกให้เป็นบรรยากาศที่สุดพิเศษมากที่สุดเท่าที่เคยเจอมา

       โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากเจ้าหน้าที่ของสโมสร นอกจากนี้มอยส์ก็ได้ทิ้งท้ายแถลงการณ์ของตนเองด้วยการกล่าวถึงผลงานอันน่าประทับใจของตนเองในการคุมทีมปีศาจแดงว่าเป็นการที่สามารถพาทีมทะลุเข้าสู่รอบก่อนรองชนะเลิศศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จ และกล่าวขอบคุณอดีตบรมกุนซือปีศาจแดง “เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน” ที่เชื่อมั่นในตนเอง และมอบประสบการณ์ที่ยิ่งใหญ่ในการคุมทีมฟุตบอลนี้ให้ตนเอง
4
       น่าสนใจไม่แพ้ทีมอื่นแน่นอนครับ สำหรับแพลนการเสริมทัพของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลในตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่กำลังจะมาถึงในอีกไม่นานนี้ เพราะอย่างทราบๆกันว่าฤดูกาลนี้พวกเขาเป็นทีมที่มีผลงานดีมากที่สุดทีมนึงในยุโรป ที่สำคัญยังสามารถปลดล็อกอันดับท็อปโฟร์ของตนเองเพื่อตีตั๋วเข้าไปลุยศึกยูฟ่าแชมเปี้ยนส์ลีกได้สำเร็จแน่นอนแล้วด้วย คือสรุปได้ว่ายังไงๆการเสริมทัพรอบนี้ของพวกเขาก็ต้องพิเศษกว่าที่ผ่านๆมาอยู่แล้ว

       เนื่องจากเป้าหมายความสำเร็จของทีมต่อไปจะต้องใหญ่ขึ้นกว่าเดิม นักเตะที่จะดึงเข้ามาเสริมทีมก็ต้องมีคุณภาพสูงขึ้นกว่าเดิมเช่นกัน อีกอย่างเวลานี้สื่อดังเมืองผู้ดีอย่างเดลี่ มิร์เร่อร์ได้ทำการคาดการณ์รายชื่อผู้เล่นที่หงส์แดงจะเดินหน้าซื้อตัวออกมาคร่าวๆแล้ว โดยมีทั้งหมด 7 รายด้วยกัน ซึ่งบางรายก็เคยเป็นหนึ่งในเป้าหมายเดิมของหงส์แดงเมื่อตลาดนักเตะรอบที่ผ่านๆมา อย่างเช่น เฮนริค เมอร์คิตาร์ยาน เยฟเชน โคน็อปปิเยนก้า เป็นต้น โดยรายแรกเป็นนักเตะตำแหน่งมิดฟิลด์ประเภทตัวคุมเกม ตัวปั้นเกม สามารถรับบทจอมทัพของทีมได้ แต่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับเสือเหลือง ดอร์ทมุนด์ ทีมดังแห่งบุนเดสลีก้า เยอรมัน และสัญญาก็น่าจะยังเหลือระยะเวลาอีกพอสมควร เพราะเพิ่งจะย้ายมาเล่นให้ดอร์ทมุนด์เมื่อเร็วๆนี้เอง ส่วนรายหลังแฟนบอลหงส์แดงน่าจะคุ้นชื่อกันดี ด้วยว่านักเตะเกือบจะได้เซ็นต์สัญญากับหงส์แดงในช่วงตลาดนักเตะเดือนมกราคมที่ผ่านมา แต่ทุกอย่างกลับมาพลิกล็อคตอนเส้นตายตลาดปิด แต่ก็นั่นแหละครับเหลือฝ่ายก็ยังเชื่อว่าพอตลาดซัมเมอร์เปิดหงส์แดงจะหวนกลับไปหานักเตะรายนี้อีกครั้ง

       ส่วนอีก 5 รายนอกจากนี้ก็มีในรายของคีเรียกอส ปาปาโดปูลอส กองหลังของทีมชาลเก้ 04 มาร์โก โรโฮ กองหลังของสปอร์ติ้ง ลิสบอน วิล ฮิวจ์ กองกลางของดาบี้ฯ และทอม อินซ์ ปีกของแบล็คพูล สำหรับงบประมาณในการเสริมทัพว่ากันว่าเบรนแดน ร็อดเจอร์ส กุนซือหงส์แดงจะไดรับการอนุมัติงบจากเจ้าของสโมสรลิเวอร์พูลเป็นจำนวนราวๆ 60 ล้านปอนด์ บวกกับเงินที่อาจจะได้จากการขายนักเตะบางรายออกไปด้วย

5
Vera&John / เกมสล็อตน้องใหม่ให้บริการแล้ว พร้อมแจ๊คพ็อตตระการตา
« กระทู้ล่าสุด โดย verajohn เมื่อ เมษายน 24, 2014, 10:25:41 AM »
เปิดตัวเกมสล็อตตัวใหม่อีกแล้วคะ กับเกมส์ Puppy love สล็อตน่ารักๆ แต่ให้รางวัลแจ๊คพ็อตก้อนโต จาก Vera & John 



เพียงคลิกสมัครที่นี้คะ
เงินรางวัลแจ๊คพ็อตกว่า แสนบาท รอคุณอยู่
สมัครและฝากเงินทุกๆ 500 บาทวันนี้ถึงวันที่ 27 เมษายนนี้ มีสิทธิ์ลุ้นรับIpad Air และรางวัลเงินสดอีกมากมายคะ
โทร 098 - 3931250
Line : verajohn
Skype : verajohn_TH
6

       ถึงแม้ว่าเวลานี้สื่อหลายสำนักจะยกให้ เจอร์เก้น คล็อปป์ กุนซือมากฝีมือของเสือเหลือง โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เป็นหนึ่งในตัวเต็งที่จะเข้ามารับงานคุมทีมปีศาจแดง แมนฯยูไนเต็ด ยักษ์ใหญ่แห่งศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษในซีซั่นหน้าต่อจากเดวิด มอยส์ แต่ทว่าถึงตอนนี้เหมือนว่าความเป็นไปได้ที่คล็อปป์จะรับงานคุมผีแดงจริงๆดูจะมีน้อยมากแล้ว เมื่อเจ้าตัวออกมายืนยันเองว่าไม่สนใจที่จะรับงานคุมทีมปีศาจแดง เพราะยังเหลือสัญญากับทีมเสือเหลืองอยู่

       โดยคล็อปป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวทำนองว่ารู้สึกดีที่ตนเองตกเป็นเป้าหมายที่แมนฯยูไนเต็ดสนใจดึงไปสานงานต่อจากเดวิด มอยส์ เพราะแมนฯยูไนเต็ดเป็นทีมที่ยิ่งใหญ่มากทีมนึง ทั้งยังมีแฟนบอลที่ยิ่งใหญ่ ซึ่งตนเองก็คุ้นเคยกับแฟนบอลของยูไนเต็ดดี แต่ขณะเดียวกันตนเองก็ยังคงมีสัญญาผูกพันกับทีมเสือเหลืองอยู่ อีกทั้งแฟนบอลของเสือเหลืองก็ยังต้องการตนเอง ตนคงยากที่จะทำร้ายแฟนบอลด้วยการทิ้งเสือเหลืองไปรับงานคุมปีศาจแดงแห่งอังกฤษ ส่วนทางด้านของดีเอโก้ ซิเมโอเน่ กุนซือทีมแอตฯมาดริด ซึ่งก็เป็นอีกหนึ่งกุนซือชื่อดังที่ถูกสื่อเชื่อมโยงเข้ากับทีมปีศาจแดงก็ได้ออกมาปฏิเสธโอกาสรับงานนี้เช่นกัน โดยซิเมโอเน่ตอบกับสื่อว่าตนเองให้ความเคารพเกี่ยวกับเรื่องนี้ และทุกคำถามที่สื่อต้องการอยากทราบ เช่นเดียวกันก็ทราบดีถึงสถานการณ์ของทีมปีศาจแดง

       แต่ตนเองไม่มีอะไรจะพูดถึงเรื่องนี้ เพราะเวลานี้ต้องการโฟกัสไปที่เกมแชมเปี้ยนส์ลีกที่จะต้องนำลูกทีมตราหมีลงสนามเจอกับลูกทีมสิงห์บลู เชลซีในแชมเปี้ยนส์ลีกรอบรองชนะเลิศ จึงไม่มีเวลาที่จะไปคิดเรื่องอื่นใดที่มันไม่ได้เกี่ยวข้องกับทีมตนเอง และทีมเชลซีเลย เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกุนซือที่ชัดเจน ตรงไปตรงมานั่นแหละ ไม่สนใจก็บอกไม่สนใจตรงๆ แต่แน่นอนว่านั่นไม่ได้หมายความว่าซิเมโอเน่จะไม่มีโอกาสคุมทีมปีศาจแดงซะทีเดียวนะครับ เพราะบางทีหากซิเมโอเน่ถูกติดต่อเข้าไปจริงๆในช่วงจบฤดูกาล ซึ่งไม่ได้มีเรื่องเกมการแข่งขันให้โฟกัสแล้วเขาอาจพิจารณาข้อเสนอก็เป็นได้
7

       มีอะไรสนุกๆให้ได้ติดตามกันทุกรอบจริงๆครับ สำหรับตลาดซื้อขายนักเตะในยุโรป เมื่อล่าสุดมีรายงานข่าวออกมาว่าทีมราชันชุดขาว รีล มาดริด ยักษ์ใหญ่แห่งลาลีกา สเปน และวงการฟุตบอลยุโรปในปัจจุบันกำลังเตรียมที่จะทุ่มงบราว 90 ล้านปอนด์ หรือตีเป็นเงินบาทก็ประมาณเกือบๆห้าพันล้านบาทเพื่อยื่นซื้อตัวหลุยส์ ซัวเรซ หัวหอกทีมชาติอุรุกวัยจากสโมสรหงส์แดง ลิเวอร์พูลในตลาดซื้อขายนักเตะซัมเมอร์ที่กำลังจะมาถึงนี้

       ทั้งนี้รีล มาดริดที่เพิ่งจะเสริมทัพผู้เล่นตำแหน่งปีกเมื่อตลาดซัมเมอร์ที่แล้วด้วยการทุ่มเงินก้อนโตซื้อแกเร็ธ เบลมาจากทีมท็อตแน่ม ฮอต สเปอร์ค่อนข้างมีแนวทางในการเสริมทัพต่อไปที่ชัดเจนมาโดยตลอดว่าจะต้องเป็นศูนย์หน้าระดับเวิร์ดคลาสที่สามารถจบสกอร์ได้ดีเฉกเช่นหลุยส์ ซัวเรซ และจากความต้องการย้ายออกจากลิเวอร์พูลของซัวเรซเมื่อซัมเมอร์ที่แล้วจึงทำให้พวกเขาล็อกเป้าหมายหลักในการเสริมทัพไว้ที่ซัวเรซ แต่ทั้งนั้นทั้งนี้ด้วยความที่ฤดูกาลนี้ผลงานของลิเวอร์พูลดีขึ้นแบบผิดหูผิดตาทั้งยังสามารถการันตีได้แล้วว่าจะได้สิทธิ์เข้าไปเล่นรายการแชมเปี้ยนส์ลีกฤดูกาลแน่ๆ ไม่เท่านั้นระหว่างซัวเรซกับลิเวอร์พูลเองก็ได้มีการขยายสัญญาเพิ่มออกไปอีก สถานการณ์อนาคตของซัวเรซกับทีมลิเวอร์พูลเลยแตกต่างไปจากเมื่อซัมเมอร์ที่ผ่านมาอย่างสิ้นเชิง และนั่นแน่นอนว่างานในตลาดนักเตะซัมเมอร์นี้ของรีล มาดริดไม่ใช่งานง่ายเลย

       อย่างไรก็ตามทางด้านของลิเวอร์พูลเองเวลานี้ก็มีข่าวแว่วๆว่าหมายจะดึงตัวนักเตะของราชันชุดขาวมาร่วมทีมเหมือนกัน ซึ่งก็คือในรายของเพลย์เมกเกอร์ดาวเด่นอย่าง “อิสโก้” โดยตามที่สื่อพูดกันนั้นเป็นไปในทิศทางว่าลิเวอร์พูลก็พร้อมที่จะทุ่มเงินก้อนโตเพื่อขอซื้ออิสโก้จากราชันชุดขาว แต่ดูแล้วโอกาสที่อิสโก้จะได้ย้ายไปลิเวอร์พูลจริงๆน่าจะมีสูงพอสมควร เพราะสถานะในทีมราชันสำหรับอิสโก้แล้วไม่ถือว่าเป็นตัวหลักเหมือนอย่างสถานะของซัวเรซในทีมลิเวอร์พูล
8
       โชว์ฟอร์มเทพเกินอายุออกมาซะขนาดนี้เป็นลูกทีมของกุนซือรายไหนก็ต้องออกมาชื่นชมเป็นธรรมดา สำหรับเจ้าหนูเชื้อสายจาไมกา “ราฮีม สเตอร์ลิง” ของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูล ทางด้านของเบรนแดน ร็อดเจอร์ส นายใหญ่แห่งแอนฟิลด์จึงได้ออกมายกย่องเป็นการใหญ่โต โดยถึงขนาดยกให้เป็นแข้งดาวรุ่งที่ดีที่สุดในยุโรปเวลานี้เลยทีเดียว ทั้งนี้ร็อดเจอร์สกล่าวถึงสเตอร์ลิงผู้เหมายิงคนเดียวสองตุงช่วยให้ลิเวอร์พูลคว้าสามแต้มสำคัญจากนอริช เกมลีกนัดที่ 35 ขงฤดูกาลว่า

       ตนคิดว่าเขาคือนักเตะดาวรุ่งที่ดีที่สุดในยุโรปเวลานี้แล้ว สเตอร์ลิงมีอายุแค่ 19 ปีเท่านั้น ซึ่งถ้าหากมองหานักเตะอายุน้อยๆระดับเขาตนก็ไม่เห็นว่ามีนักเตะคนไหนทำผลงานได้ทัดเทียมเขาจริงๆ (ดังนั้นเขาจึงควรถูกยกให้เป็นดาวรุ่งที่เจ๋งสุดในยุโรปเวลานี้) พร้อมกันนี้กุนซือไอแลนด์เหนือก็ได้บรรยายสรรพคุณของลูกทีมไซส์มินิรายนี้ของเขาต่อไปด้วยว่าเป็นนักเตะที่ฉลาดในการเล่นกับบอลมากที่สุดคนนึงเลย อีกทั้งยังมีความกระหายในการทำประตูด้วย และหากมองโดยภาพรวมฟอร์มการเล่นที่นักเตะแสดงออกมาให้ได้เห็นกัน (ตลอดหลายสัปดาห์หลัง) ก็จะเห็นว่านักเตะมีความเป็นผู้ใหญ่ขึ้นเยอะเลย สรุปได้ว่าถึงตอนนี้ร็อดเจอร์สพึงพอใจกับพัฒนาการของลูกทีมรายนี้ของเขามาก

       เรียกได้ว่าสถานะในทีมหงส์แดง สเตอร์ลิงน่าจะถูกจัดให้เป็นนักเตะตัวหลักแบบเต็มตัวแล้วล่ะ คงไม่ใช่นักเตะดาวรุ่งของทีมเพียงคนนึงแล้ว แต่ที่น่าสนใจสำหรับแฟนบอลอย่างเราๆก็คือ การก้าวขึ้นมาของสเตอร์ลิงแบบนี้ในอนาคตระยะยาวอาจทำให้สถานะในทีมของนักเตะอย่างฟิลิปเป้ คูติญโญ่ ซึ่งถูกคาดหมายว่าจะเป็นกำลังสำคัญของทีมระยะยาวเริ่มไม่แน่นอน เพราะนอกจาสเตอร์ลิง กับคูติญโญ่แล้วในแผงเกมรุก กับกองกลางลิเวอร์พูลก็ยังมีตัวหลักๆอย่างซัวเรซ สเตอร์ริดจ์ และเฮนเดอร์สันอยู่อีก ฉะนั้นหากว่าเมื่อไหร่ที่นักเตะเหล่านี้พร้อมลงสนามเต็มที่ ก็ย่อมหมายความว่าจะเกิดการแย่งชิงตำแหน่งระหว่างสเตอร์ลิง กับคูติญโญ่ขึ้นทันที
9
       ใจคอจะไม่ยกเครดิตให้กับทีมคู่แข่งที่ทำผลงานได้ดีบ้างเลยหรือยังไงก็ไม่ทราบเหมือนกันนะครับ สำหรับทางด้านของเดวิด มอยส์ กุนซือแฟนบอลเอือมของทีมปีศาจแดง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ทีมดังแห่งเมืองแมนเชสเตอร์ เพราะล่าสุดหลังจากบุกไปพ่ายเอฟเวอร์ตันที่กูดิสัน พาร์ค 2-0 เจ้าตัวได้ออกมากล่าวทำนองว่าที่ทีมปีศาจแดงของตนต้องเป็นฝ่ายพ่ายในเกมนี้เป็นเพราะว่าทัพปีศาจแดงเล่นเกมรับผิดพลาดกันเอง พร้อมชี้ว่าฟอร์มการเล่นโดยรวมในเกมวันนี้ปีศาจแดงเหนือกว่าเจ้าบ้านชัดเจน

       ทั้งนี้เดวิด มอยส์อธิบายถึงรูปเกมกับสื่อว่าหลังจบครึ่งเวลาแรกด้วยสกอร์ 2-0 สกอร์อาจบบ่งบอกว่าทีมปีศาจแดงเป็นรอง แต่ที่จริงแล้วรูปเกมปีศาจแดงดีกว่า สามารถครองบอล ผ่านบอลกันได้ดีกว่าเจ้าบ้านชัดเจน และก็น่าชื่นชมว่าทัพปีศาจแดงเล่นกันได้ดีมากๆด้วย แต่ว่าในการเล่นพื้นที่สุดท้าย กับการจบสกอร์ไม่สามารถทำมันได้ดีเท่านั้นเอง ผลจึงออกมาอย่างที่เห็นกัน เช่นเดียวกับการเล่นพลาดกันเองสองครั้งก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เสียสองประตูขึ้นนำ และกลายเป็นสองประตูชัยของทีมเจ้าบ้าน สรุปว่าถึงแม้ยูไนเต็ดจะเป็นฝ่ายแพ้แต่เดวิด มอยส์ก็พอใจกับฟอร์มการเล่นของลูกทีม ซึ่งจะว่าไปก็ดูจะผิดแปลกไปจากสไตล์ของเดวิด มอยส์ในช่วงต้นฤดูกาลเหมือนกัน เพราะหากช่วงต้นๆฤดูกาลผลออกเช่นนี้ ลูกทีมปีศาจแดงก็คงจะโดนจวกกับยับแล้ว

       อย่างไรก็ตามจากความพ่ายแพ้ในแมทนี้ส่งผลให้ยูไนเต็ดยังคงรั้งอันดับ 7 ของตารางคะแนนต่อไป และค่อนอาจระเรียกได้ว่าเกือบการันตีว่าจะหยุดอยู่ที่ตำแหน่งที่ 7 แล้วล่ะ ด้วยว่าแต้มตามทีมอันดับ 6 ก็ห่างพอสมควรแล้ว ขณะที่แต้มมากกว่าทีมอันดับ 8 ก็พอสมควรเช่นกัน ดังนั้นแมทการแข่งขันที่เหลือของยูไนเต็ด 4 แมทก็น่าจะเป็นเรื่องของการลองทีม ลองแทคติก รวมถึงให้โอกาสผู้เล่นดาวรุ่ง อายุน้อยๆบ้างแล้วล่ะ เพราะน่าจะเป็นผลดีสำหรับการเตรียมทีมเพื่ออนาคต (ฤดูกาลหน้า) มากกว่าที่จะตั้งตา ตั้งตาเล่นตามสไตล์เดิมๆเหมือนอย่างที่ผ่านมา
10
       ต้องบอกว่าทำสำเร็จไปอีกหนึ่งขั้นแล้วครับ ในส่วนของทีมหงส์แดง ลิเวอร์พูลที่กำลังลุ้นคว้าแชมป์ลีกสมัยที่ 19 หลังพวกเขาสามารถฉวยโอกาสขณะที่คู่แข่งรายสำคัญอย่างสิงห์บลู เชลซีพลาดท่าทำแต้มหล่นได้ด้วยการเก็บชัยชนะเหนือนอริช ซิตี้ส่งผลให้เพิ่มจำนวนแต้มทิ้งห่างเชลซีไปอีก 3 แต้ม รวมเป็น 5 แต้มเข้าไปแล้ว และนั่นแน่นอนว่ามันหมายถึงการลงสนามเจอกันเองในแมทต่อไปหงส์แดงจะเป็นฝ่ายได้เปรียบสิงห์บลูอยู่มากโขเลย เรียกว่าต่อให้แพ้ก็จะยังมีแต้มมากกว่าอยู่ถึง 2 แต้ม และเพียงพอที่จะทำให้พวกเขารั้งอันดับจ่าฝูงต่อไปอยู่ดี

       สรุปได้ว่าถึงตอนนี้ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด หรือพลิกล็อก แชมป์ก็ไม่น่าจะหลุดมือหงส์แดงไปไหน ทั้งนี้เกมหงส์แดงบุกชนะนกขมิ้นเหลืองอ่อน นอริช ซิตี้เป็นการบุกไปเอาชนะด้วยสกอร์เฉียดฉิว (3-2) ซึ่งเป็นสกอร์เดียวกับเกมที่แล้วที่พวกเขายัดเหยียดความปราชัยให้กับทัพเรือใบสีฟ้า แมนฯซิตี้ โดยเกมนี้หงส์แดงได้ประตูนำไปก่อนตั้งแต่นาทีที่ 4 จากปีกฟอร์มแรงทีมชาติอังกฤษ “ราฮีม สเตอร์ลิง” และอีกเพียงแค่สองนาทีก็มาได้ประตูนำอีกลูก เป็น 2-0 จากหลุยส์ ซัวเรซ (นับเป็นประตูที่ 30 ในฤดูกาลนี้ของซัวเรซ) ส่วนเวลาที่เหลือในครึ่งเวลาแรกต่างฝ่ายต่างทำอะไรกันไม่ได้จึงจบครึ่งแรกไปด้วยสองสกอร์นำของทีมเยือน ครึ่งเวลาหลัง นาทีที่ 54 แกรี่ ฮูเปอร์ ยิงตีไข่แตกให้เจ้าบ้านนอริชไล่มาเป็น 2-1

       ทว่าหงส์แดงมาได้สกอร์ที่ 3 จากราฮีม สเตอร์ลิงในนาทีที่ 63 ทำให้สกอร์ขาดอีกครั้งเป็น 3-1 แต่เวลาที่เหลือเจ้าบ้านก็ไม่ยอมง่ายๆตามมายิงตีตื้นได้อีกประตูในนาทีที่ 77 จากโรเบิร์ตส นอตกราส แต่ก็แน่นอนว่านั่นไม่เพียงพอที่เจ้าบ้านจะแบ่งแต้มจากทีมเยือนได้ ส่วนผลการแข่งขันที่น่าสนใจคู่อื่นก็มีบิ๊กแมทระหว่างเอฟเวอร์ตัน-แมนฯยูไนเต็ด ซึ่งเป็นเจ้าบ้านเอฟเวอร์ตันที่เอาชนะไปได้ 2-0 ทำแต้มไล่จี้อาร์เซน่อลทีมอันดับ 4 ได้แบบหายใจรดต้นคอกันเลยทีเดียว
หน้า: [1] 2 3 ... 10